กิฟฟารีน เลซิติน ผสมวิตามิน อี
Q: ช่วงนี้เห็นกระแสในอินเตอร์เน็ต และสื่อต่างๆ พูดถึงเลซิตินกันมาก อยากทราบว่า เลซิตินมีประโยชน์อย่างบ้างคะ

A: กิฟฟารีน เลซิติน (Lecithin) เป็นไขมันในกลุ่มฟอสโฟโลปิด ซึ่งอุดมด้วยสารฟอสฟาทิดิลโคลีน ที่มีคุณสมบัติช่วยลดการสะสมของไขมันที่ตับและลดการสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือดได้ดี จึงมีบทบาทในการบำรุงตับ ทั้งช่วยในการกำจัดไขมันออกจากเซลล์ตับ และยับยั้งการสะสมไขมันในเซลล์ตับได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยดูแลสุขภาพด้านอื่นๆ เช่น บำรุงสมอง ดูแลหลอดเลือดและหัวใจ ป้องกันการเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต ป้องกันการเกิดมะเร็งและดูแลผิวพรรณให้ขาวใส อ่อนวัยได้อีกด้วย

Q: กิฟฟารีน เลซิตินจะช่วยดูแลปัญหาสุขภาพได้ครบวงจรหรือเปล่า และต้องรับประทานควบคู่กับอะไรเพิ่มเติมหรือไม

A: ถึงแม้ว่า กิฟฟารีน เลซิตินจะช่วยลดการสะสมไขมันที่ตับและผนังหลอดเลือดได้แต่ยังคงหลงเหลือไขมันบางส่วนที่ยังสะสมอยู่ในเซลล์ดังกล่าวและในกระแสเลือด ซึ่งมีโอกาสเกิดการสะสมพอกพูนได้มากขึ้นอีก ดังนั้น ร่างกายจึงต้องการสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูงเพิ่มเติม เพื่อปกป้องไขมันเหล่านี้ไม่ให้เกิดการออกซิเดชั่น และลดการอักเสบของเซลล์ จึงลดโอกาสการเกิดไขมันพอกตับและผนังหลอดเลือดได้อีกทางหนึ่ง

แคโรทีนนอยด์จากธรรมชาติ 4 ชนิด (อัลฟาแคโรทีน เบต้าแคโรทีน แกมม่าแคโรทีน ไลโคปีน และวิตมินอี) สารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูงที่ช่วยชะลอความแก่ และความเสื่อมของเซลล์ส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม

เมื่อเลซิตินจับมือคู่กับแตโรทีนอยด์จากธรรมชาติ 4 ชนิดและวิตามิน อี จะช่วยดูแลปกป้องร่างกาย ดังนี้

• ยับยั้งการเข้าจู่โจมของอนุมูลอิสระต่อเซลล์ตับ จึงป้องกันตับอักเสบ
• ป้องกันการเกิดมะเร็งตับจากพิษ Aflatoxin B1 (พิษจากเชื้อรา) ซึ่งการใช้แคโรทีนนอยด์และวิตามินอีร่วมกัน จะส่งเสริมประสิทธิภาพการต้านออกดซิเดชั่นได้ดียิ่งขึ้น โดยมีงานวิจัยรายงานว่า การเสริมแคโรทีนอยด์รวม ร่วมกับวิตามินอีจะเสริมฤทธิ์กัน ในการปกป้องเซลล์ตับจากอนุมูลอิสระ และสามารถลดการเกิดมะเร็งตับในคนไข้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีได้ถึง 50%
• ปกป้องเซลล์ตับจากสารพิษ โดยเพาะเหล้า รวมทั้งภาวะน้ำตาลในเลือดสูงในคนไข้เบาหวาน
• ยับยั้งการจู่โจมของอนุมูลอิสระต่อไขมันในเลือด และลดการออกซิเดชั่นของไขมันในหลอดเลือด
• ลดการทำลายผนังหลอดเลือดจากอนุมูลอิสระ ลดการเกิดไขมันสะสมที่ผนังหลอดเลือด ป้องกันภาวะหลอดเลือดแข็งตัว ลดโอกาสการเกิดหลอดเลือดตีบตันของทุกอวัยวะ
• ปกป้องสารพันธุกรรมจากการจู่โจมของอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งทุกชนิด
• ปกป้องเซลล์ผิว ช่วยให้ผิวพรรณสดใส อ่อนวัย

นอกจากนี้การใช้แคโรทีนอยด์และวิตามินอีร่วมกัน จะส่งเสริมประสิทธิภาพการต้านออกซิเดชั่นได้ดียิ่งขึ้น โดยมีงานวิจัยรายงานว่า การเสริมแคโรทีนอยด์รวมร่วมกับวิตามินอี จะเสริมฤทธิ์กันในการปกป้องเซลล์ตับจากอนุมูลอิสระ และสามารถลดการเกิดมะเร็งตับในคนไข้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีได้ถึง 50% ดังนั้น การรับประทานเลซิตินร่วมกับแคโรทีนอยด์และวิตามินอี จะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพได้ดียิ่งขึ้น ทราบข้อดีอย่างนี้แล้วอย่าลืมดูแลตับให้อยู่คู่กับร่างกายไปนานๆ นะคะ